แพ็กชุด มองสังคม การเมือง และวิถีชีวิตชาวจีนผ่านวรรณกรรมร่วมสมัย (7เล่ม)
วรรณกรรมร่วมสมัยที่ฉายให้เห็นมุมมองทางสังคม การเมือง และวิถีชีวิตชาวจีนผ่านความงามด้านภาษา วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ในรูปแบบต่าง ๆ
ที่แม้บางเรื่องจะเขียนมาเกือบร้อยปีแล้ว หรือเป็นเรื่องราวตั้งแต่ช่วงปลายราชวงศ์ชิงจนถึงทศวรรษ 1940 ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นช่วงที่สังคมจีนวุ่นวายมาก ไม่มีความสุขสงบ ประเทศอ่อนแอ เกิดภาวะข้าวยากหมากแพง ประชาชนยากลำบาก มีการฉ้อราษฎร์บังหลวง เจ้าหน้าที่บ้านเมืองกดขี่ข่มเหงประชาชน แต่สารสำคัญของเรื่องราวเหล่านั้นคือความรัก มิตรภาพ ความรักชาติ ความเป็นมนุษย์ ความเปลี่ยนแปลงอันเป็นสัจธรรม ยังเป็นสากล เปี่ยมด้วยคุณค่า กินใจ และควรค่าแก่การพิเคราะห์พิจารณา
1 ชุดมี 7 เล่ม
บันทึกเมืองแมว
นวนิยายวิทยาศาสตร์เรื่องแรกๆของจีน ในขณะเดียวกันก็เป็นนวนิยายสะท้อนสังคมที่ไม่พึงปรารถนา (dystopia) ด้วยบันทึกเมืองแมวจะพาผู้อ่านไปสู่โลกพระอังคาร ณ พื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยมนุษย์ แมว และสถานการณ์ความเป็นไปซึ่งทำให้หัวใจที่แม้ทำด้วยเหล็กยังแตกสลาย
มองสังคมจีนผ่านวรรณกรรม
ปาฐกถาที่ทรงบรรยายเรื่อง "มองสังคมจีนผ่านวรรณกรรม" ทรงเน้นสารสนเทศที่นำเสนอสื่อในนวนิยายที่ทรงแปล 9 เรื่อง บทละครพูด 1 เรื่อง เสริมด้วยเรื่องสั้นหลายเรื่องและ ความเรียงร้อยแก้ว 1 เรื่อง
วรรณกรรมจีนเหล่านี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งนวนิยาย เป็นข้อมูลหลักฐาน เสริมที่ใช้ศึกษาประวัติศาสตร์สังคมจีนได้ในหลายแง่มุม
ศิลปะจีน
ปาฐกถาพระราชนิพนธ์เรื่อง “ศิลปะจีน” เนื้อหาสาระเปี่ยมด้วยคุณค่า ครอบคลุมศิลปะจีนแขนงต่าง ๆ ครบถ้วน ทั้งด้านทัศนศิลป์ ศิลปะการแสดง และวรรณศิลป์ อีกทั้งยังได้ทรงฉายภาพงานศิลปะประเภทต่างๆที่คัดสรรแล้วอีกประมาณ 130 ภาพประกอบการบรรยาย อันทำให้ผู้ฟังเข้าใจได้ซาบซึ้ง...
หมู่บ้านเล็กตระกูลเป้า
นวนิยายสะท้อนภาพชีวิตในหมู่บ้านชนบทของจีนต้นทศวรรษ 1960 ในระบบคอมมูนประชาชน จนกระทั่งเข้าสู่สังคมนิยมที่ทันสมัยในศตวรรษ 1980 ผู้อ่านจะได้สัมผัสความรักอันบริสุทธิ์ของผู้เป็นแม่
ความกล้าหาญของเด็กน้อยผู้กลายเป็นวีรชนของหมู่บ้าน ได้รู้สึกสะเทือนใจกับรักต้องห้ามของเด็กสาว
และความคับแค้นขมขื่นของผู้ที่ถูกสังคมลงโทษอย่างไม่เป็นธรรม หมู่บ้านเล็กตระกูลเป้าเป็น "คำเชิญชวน"
ให้ผู้อ่านสำรวจตนเองผ่านตัวละคร ซึ่งเป็นตัวแทนของ "ความงดงาม" และ "ความอัปลักษณ์
อันดูจะดำรงอยู่อย่างกลมกลืนในธรรมชาติของมนุษย์ เป็นความท้าทายให้ผู้อ่านค้นหามิติอันซับซ้อนของตน
เพื่อจรรโลงปัญญาให้กระจ่างใส จน "รัก" และ "เข้าใจ" เพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้อย่างแท้จริง!
ไป๋อิ๋นน่า หมู่บ้านลับลี้ริมฝั่งน้ำ
ประกอบด้วยวรรณกรรมจีน 4 เรื่องของ 3 นักเขียนชื่อก้องใน วงวรรณกรรมจีนร่วมสมัย ผู้อ่านจะได้ซึมซับทั้งอรรถรสความงามด้านภาษา และความงดงามของความสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งความรู้ด้านวัฒนธรรมประเพณีของสังคมจีนจากอดีตถึงปัจจุบันผ่านเรื่องราวของตัวละครหลักในเรื่อง ไป๋อิ๋นน่า ของ ฉือจื่อเจี้ยน
เป็นนวนิยายสมัยใหม่อันใช้สัญลักษณ์งดงามยิ่งจากฉากธรรมชาติที่พิเศษเข้มข้น ทั้งงดงามและโหดร้ายในเวลาเดียวกันมาอธิบายสัจธรรมในหัวใจมนุษย์ ส่วนเรื่องสั้นร่วมสมัยอีก 3 เรื่อง คือ คำไว้อาลัยหมา ของ มั่วเหยียน ซุปที่อร่อยช่างน่ากลัวยิ่ง และ กินหม้อไฟในหน้าร้อน ของ ซูเฉี้ยว ก็เป็นเรื่องสั้นที่สร้างอารมณ์สะเทือนใจแก่ผู้อ่านได้อย่างละเมียดละไม
เมื่อข้าพเจ้าเขียนย่ำแดนมังกร
เนื้อหาสาระเปี่ยมด้วยข้อพินิจทรงคุณค่า และครอบคลุม อันทำให้ผู้ฟัง เข้าใจ และซาบซึ้งยิ่งสมเด็จพระเทพรัตน ฯ ทรงพระปรีชาสามารถด้านจีนวิทยาอย่างถ่องแท้ ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศจีนแต่ละครั้ง ได้เสด็จทอดพระเนตรศิลปวัตถุที่จัดแสดงตามสถานที่สำคัญ รวมถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของประเทศจีนในแง่มุมต่าง ๆ คำบรรยายที่ทรงแสดงในครั้งนั้น จึงไม่ได้มาจากการศึกษาเนื้อหาความรู้จากตำรับตำราทั่วไปหรือจากการได้เห็นได้ชมมามากอย่างหนึ่งอย่างใด หากแต่เป็นคำบรรยายของผู้ที่ทั้งได้ศึกษา ได้เห็นและมีประสบการณ์ความเข้าใจประเทศจีนอย่างแจ้งชัด
ร้านน้ำชา บทละครพูด 3 องก์
บทละครสะท้อนสังคมของเหลาเส่อ นักเขียนผู้มีชื่อเสียงยิ่งในวงวรรณกรรมจีนร่วมสมัย แบ่งออกเป็น 3 องก์ สาระของบทละครพูดเรื่องนี้สะท้อนผ่านตัวละครต่างๆ และบรรยากาศในร้านน้ำชาเก่าแก่นาม “ยู่ไท่” ในเมืองปักกิ่ง ตั้งแต่ช่วงปลายราชวงศ์ชิงจนถึงทศวรรษ 1940 ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นช่วงที่สังคมจีนวุ่นวายมาก ไม่มีความสุขสงบ ประเทศจีนอ่อนแอ เกิดภาวะข้าวยากหมากแพง ประชาชนยากลำบาก มีการฉ้อราษฎร์บังหลวง
เจ้าหน้าที่บ้านเมืองกดขี่ข่มเหงประชาชน ร้านน้ำชายู่ไท่เป็นสถานที่ซึ่ง “ได้เห็น” เรื่องราวต่างๆมากมายที่เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงผ่านกาลในช่วง 5 ทศวรรษ (ค.ศ. 1898-ช่วงแรกๆหลังสงครามโลกครั้งที่ 2) ที่ล่วงเลยไปพร้อมกับความสิ้นหวัง